เวอร์ชัน 1.0 | มีผลบังคับใช้: 1 มกราคม 2568 | ปรับปรุงล่าสุด: กุมภาพันธ์ 2568
1. บทนำ
กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ต่อไปนี้เรียกว่า "กรม") ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับ "ระบบบริการอัจฉริยะกรมป่าไม้" (Forest Smart Service) ซึ่งเป็นระบบยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติแบบออนไลน์
2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ: กรมป่าไม้
ที่อยู่: 61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์: 02-561-4292-3
เว็บไซต์: www.forest.go.th
อีเมล DPO: [email protected]
3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
กรมเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อใช้ในการให้บริการตามภารกิจ:
3.1 ข้อมูลที่ระบุตัวตน
- ชื่อ-นามสกุล, คำนำหน้า
- เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล)
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และที่อยู่ติดต่อ
3.2 ข้อมูลการติดต่อ
- หมายเลขโทรศัพท์
- ที่อยู่อีเมล
3.3 เอกสารประกอบคำขอ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาโฉนดที่ดิน หรือเอกสารสิทธิ์
- แผนที่แสดงพื้นที่ขออนุญาต
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- เอกสารอื่นๆ ตามประเภทคำขอ
3.4 ข้อมูลทางเทคนิค
- IP Address, ข้อมูลเบราว์เซอร์
- ข้อมูลการเข้าใช้งานระบบ (Log)
- ข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (กรณีใช้แผนที่)
4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล
- เพื่อดำเนินการตามคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
- เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและความถูกต้องของผู้ยื่นคำขอ
- เพื่อติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับสถานะคำขอ การแจ้งเตือน และการนัดหมาย
- เพื่อออกใบอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อการชำระค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวง และค่าบำรุงป่า
- เพื่อจัดทำสถิติ รายงาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงนโยบาย (โดยไม่ระบุตัวบุคคล)
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของระบบ
5. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล
- การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484, พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
- การปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public Task): ภารกิจการอนุญาตและกำกับดูแลการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า
- ความยินยอม (Consent): สำหรับข้อมูลที่ไม่จำเป็นตามกฎหมายโดยตรง เช่น การแจ้งเตือนทางอีเมล
- สัญญา (Contract): สำหรับการให้บริการตามคำขอของผู้ใช้
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
กรมอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้:
- หน่วยงานภายในกรมป่าไม้ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคำขอ
- สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ (สจป.) ในพื้นที่
- คณะกรรมการพิจารณาคำขอตามกฎหมาย
- หน่วยงานราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตามคำสั่งศาลหรือกฎหมายกำหนด
กรมจะไม่ขาย แลกเปลี่ยน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า
7. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล
- ข้อมูลคำขอและใบอนุญาต: ตลอดอายุใบอนุญาต + 10 ปี
- ข้อมูลการชำระเงิน: 10 ปี ตามกฎหมายการเงินการคลัง
- ข้อมูลบันทึกการเข้าใช้งาน (Log): 2 ปี
- ข้อมูลที่ไม่จำเป็นจะถูกลบหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
8. มาตรการรักษาความปลอดภัย
- การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่ง (TLS/SSL)
- การควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access Control)
- การบันทึก Audit Log ทุกการกระทำที่สำคัญ
- การสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
- ลายเซ็นดิจิทัลสำหรับเอกสารสำคัญ
- การทดสอบความปลอดภัยระบบเป็นระยะ
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้:
- สิทธิในการเข้าถึง: ขอดูข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่กรมเก็บรวบรวม
- สิทธิในการแก้ไข: ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
- สิทธิในการลบ: ขอลบข้อมูลส่วนบุคคล (ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด)
- สิทธิในการโอนย้าย: ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่อง
- สิทธิในการคัดค้าน: คัดค้านการประมวลผลข้อมูลในบางกรณี
- สิทธิในการระงับ: ขอระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราว
- สิทธิในการถอนความยินยอม: ถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้ได้ตลอดเวลา
- สิทธิในการร้องเรียน: ร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
10. การติดต่อ
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร: 02-561-4292-3 ต่อ 5555
อีเมล: [email protected]